เจมี่ วาร์ดี้ นักฟุตบอลความภาคภูมิใจของชาวจิ้กจอกสยาม

เจมี่ วาร์ดี้
เจมี่ วาร์ดี้

เจมี่ วาร์ดี้ ความภาคภูมิใจของชาวจิ้กจอก

เจมี่ วาร์ดี้ เชื่อว่ายังมีอีกหลายท่านที่ยังไม่รู้จักนักเตะผู้นี้ เพราะเขาเพิ่งเป็นผู้เล่นที่น่าจับตาของพรีเมียร์ลีก ด้วยฟอร์มอันโดดเด่น ทำให้เขากลายเป็นที่ชื่นชอบของแฟนบอลเลสเตอร์ ซิตี้ อย่างรวดเร็ว แต่ก่อนที่เขาจะกลายเป็นผู้เล่นชั้นนำของพรีเมียร์ลีก เชื่อว่าแฟนบอลหลายท่านอยากจะรู้จักเขาให้มากกว่านี้ ว่าไอ้หมอนี่เป็นใคร และทำไมถึงกลายเป็นนักเตะทีมชาติอังกฤษในปัจจุบัน เจมี่ วาร์ดี้ เขาเริ่มเล่นฟุตบอลอาชีพในปี 2007 ด้วยวัย 20 ปี กับ สต็อกบริดจ์ พาร์ก สตีล ทีมนอกลีก หลังจากถูกปล่อยตัวจาก ‘เชฟฟิลด์ เว้นส์เดย์’ ที่เคยอยู่มาในระดับเยาวชน เขาใช้เวลาอยู่ที่นี่ 3 ปี ลงเล่นไป 107 นัด ยิงไป 66 ประตู จากนั้นเขามาเล่นให้กับทีมนอกลีกในระดับเดียวกันอย่าง ‘ฮาลิแฟ็กซ์ ทาวน์’ ในปี 2010 และทำผลงานได้อย่างสุดยอดด้วยการยิงไป 27 ประตู เป็นดาวซัลโวประจำทีม พร้อมพาทีมเลื่อนชั้นจากระดับ ‘นอร์ธเทิร์น พรีเมียร์ ลีก พรีเมียร์ ดิวิชั่น’ สู่ ‘คอนเฟอเรนซ์ ลีก นอร์ธ’ ลีกดิวิชั่นที่ 6 ของอังกฤษ

ถึงแม้ว่าจะมีฤดูกาลที่ยอดเยี่ยมกับฮาลิแฟ็กซ์ วาร์ดี้ก็เลือกย้ายทีมอีกครั้งมาอยู่กับ ‘ฟลีทวู้ด ทาวน์’ ทีมในระดับคอนเฟอเรนซ์ ลีก ลีกระดับที่ 5 ของอังกฤษ ช่วงครึ่งฤดูกาลแรกที่นี่เขายิงประตูถล่มทลาย บวกกับฟอร์มที่ดี จนได้รับการโหวตให้เป็นผู้เล่นยอดเยี่ยมของลีกในเดือน พฤศจิกายน และเกมของฟลีทวู้ดเริ่มมีการถ่ายทอดสดทางโทรทัศน์อยู่บ้าง ทำให้มีคนเห็นฟอร์มเขามากขึ้น จน ‘แบล็กพูล’ ทีมในระดับแชมเปี้ยนชิพในขณะนั้น ยื่นซื้อตัววาร์ดี้ด้วยจำนวนเงิน 7 แสนปอนด์ในช่วงตลาดการซื้อขายเดือนมกราคม แต่ก็โดนฟลีทวู้ด ปฏิเสธ เพราะทางฟลีทวู้ดอยากให้วาร์ดี้อยู่จนจบฤดูกาลและช่วยพาทีมเลื่อนชั้นเสียก่อน ท้ายที่สุด วาร์ดี้ ก็อยู่กับฟลีทวู้ดจนจบฤดูกาล พร้อมยิงไป 31 ประตูจาก 36 นัดที่ลงสนาม และได้รับโหวตให้เป็นผู้เล่นยอดเยี่ยมของคอนเฟอเรนซ์ลีกประจำฤดูกาล 2011-12 พร้อมพาฟลีทวู้ดเลื่อนชั้นสู่ลีกทูได้สำเร็จ 17 พฤษภาคม 2012 เจมี่ วาร์ดี้ ย้ายมาร่วมทัพเลสเตอร์ด้วยสัญญา 3 ปี ค่าตัว 1 ล้านปอนด์ พร้อมพ่วงออปชั่นต่างๆรวมๆกว่า 1.7 ล้านปอนด์ ซึ่งถือเป็นสถิติสูงสุดของการซื้อ-ขายตัวนักเตะจากทีมนอกลีก และกลายเป็นนักเตะคนสำคัญของทีมจิ้กจอกในที่สุด

ดาวรุ่งลีกเอิง กับราคาที่แพงเกินจริง

หากย้อนกลับไปสมัยก่อนสักประมาณ 10 ปี จะพบว่าค่าตัวนักเตะดาวรุ่งของลีกเอิงนั้นมีราคาไม่สูง และฝีเท้าคุณภาพพอที่จะเล่นให้กับพรีเมียร์ลีกและลีกยักษ์ใหญ่ได้อย่างสบาย แต่ปัจจุบันเหมือนค่าการตลาดจะสูงเว่อร์ไปหน่อย เมื่อนักเตะบางลีกมีราคาแพง ทำให้หลายๆ ทีมค้นหาดาวรุ่งฝีเท้าดี ราคาถูก จากลีกเอิง แต่ก็ยังโดนโก่งราคาจนรู้สึกว่าเราควรจะปั้นนักเตะเองมากกว่าไปซื้อจากทีมอื่น ในอดีตหลายทีมยักษ์ใหญ่สามารถซื้อนักเตะฝีเท้าดีราคาถูกจากลีกเองกันอย่างล้นหลาม แต่ปัจจุบันมีหลายๆเคสที่ดาวรุ่งเหล่านั้นถูกอัพค่าตัวจนสูง ยกตัวอย่างเช่น อองโตนี่ มาร์ซิยาล ที่ย้ายสู่แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด สนนราคา 36 ล้านปอนด์

ส่วนมิชี่ บาสซูอายี่ หัวหอกดาวรุ่งตัวเก่งของโอลิมปิก มาร์กเซย มีค่าตัวถึง 50 ล้านยูโร ทำให้หลายๆทีมนั้นต้องสะอึกไปตามๆกัน ดาวเตะวัย 22 ปีโชว์ฟอร์มได้อย่างยอดเยี่ยมในฤดูกาลนี้หลังทำไปแล้ว 9 ประตูจากการลงสนาม 13 นัดในลีก เอิง ลาบรุนบอกว่าแม้หลายสโมสรจะให้ความสนใจในตัวนักเตะแต่เขาจะไม่รับฟังข้อเสนอที่ต่ำกว่า 35 ล้านปอนด์ “มันไม่มีสโมสรท็อป 15 ของโลกทีมใดที่ไม่ให้ความสนใจในตัวบาตชูอายี่”ลาบรุนกล่าว “เขาเป็นหนึ่งในนักเตะที่เป็นที่ต้องการตัวมากที่สุดในตลาด มันมีข้อเสนอสำหรับเขาเข้ามามากมายเมื่อซัมเมอร์แต่เขาไม่ต้องการย้าย” “เขากำลังพิสูจน์ตัวเองในสนามและหากสโมสรต้องการตัวเขา พวกเขาจะต้องจ่ายเงินมาราว 50 ล้านยูโร!” นั่นเป็นเหตุผลให้ที่ทีมยักษ์ใหญ่ต้องพิจารณาแล้ว พิจารณาอีก ว่าค่าตัวของพวกเขาสมเหตุสมผลหรือไม่?